VMware ได้ประกาศว่า VMware Fusion และ Workstation จะเปิดให้ใช้งานฟรีสำหรับผู้ใช้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเชิงพาณิชย์ การศึกษา หรือส่วนบุคคล
ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม Broadcom ได้เปิดให้ Workstation Pro และ Fusion Pro ใช้งานฟรี เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสร้างห้องปฏิบัติการทดสอบเสมือน (Virtualized Test Labs) และทดลองระบบปฏิบัติการอื่น ๆ บน Windows, Linux และ macOS สำหรับการใช้งานส่วนบุคคลเท่านั้น
ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป VMware Workstation Pro และ Fusion Pro จะเปิดให้ใช้งานฟรีสำหรับผู้ใช้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเชิงพาณิชย์ การศึกษา หรือส่วนบุคคล
สำหรับผู้ที่มีสัญญาเชิงพาณิชย์อยู่แล้ว สัญญาจะยังคงมีผลจนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลา โดยจะได้รับการสนับสนุนและบริการตามมาตรฐานเดิม
แม้ว่ารุ่นฟรีจะมีคุณสมบัติครบถ้วนเหมือนกับรุ่นที่เคยมีค่าใช้จ่าย แต่ Broadcom จะไม่ให้การสนับสนุนด้านเทคนิคสำหรับการแก้ไขปัญหาแก่ผู้ใช้รุ่นฟรี
Broadcom มีแผนที่จะพัฒนาคุณสมบัติและปรับปรุงใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง และจะอัปเดตเพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีความเสถียรและคุณภาพสูง
VMware Fusion คือ ?

เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดย VMware สำหรับการรันระบบปฏิบัติการ Windows หรือระบบปฏิบัติการอื่น ๆ บนคอมพิวเตอร์ Mac ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ macOS โดยไม่ต้องรีสตาร์ทเครื่อง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานซอฟต์แวร์ที่จำเป็นบน Windows และ macOS พร้อมกันได้ในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว
ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างและจัดการเครื่องเสมือน (Virtual Machine) ซึ่งจำลองสภาพแวดล้อมของระบบปฏิบัติการที่สมบูรณ์ภายในคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกันได้หลายระบบ ทั้ง Windows, Linux, macOS เวอร์ชันต่าง ๆ หรือแม้แต่ระบบปฏิบัติการอื่น ๆ ตามความต้องการ
ฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ Fusion มีดังนี้:
- Unity Mode – ช่วยให้แอปพลิเคชัน Windows สามารถทำงานบนเดสก์ท็อปของ macOS ได้ราวกับเป็นแอปบน macOS เอง
- การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ USB – รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์ภายนอกและเครื่องพิมพ์
- การจัดการทรัพยากร – สามารถกำหนดจำนวน CPU, RAM, และพื้นที่เก็บข้อมูลที่เครื่องเสมือนจะใช้ เพื่อปรับประสิทธิภาพตามความต้องการ
- การรองรับ DirectX และ OpenGL – ช่วยให้แอปพลิเคชันที่ใช้กราฟิกหนัก ๆ บน Windows ทำงานได้ดีขึ้น
Fusion จึงเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งาน Windows หรือระบบปฏิบัติการอื่น ๆ บน Mac โดยไม่ต้องรีบูตเครื่อง
ฟีเจอร์หลักของ VMware Fusion Pro 13 มีดังนี้ :
- รองรับ macOS Ventura และ Apple Silicon (M1 & M2) – VMware Fusion Pro 13 รองรับ macOS Ventura รวมถึงการทำงานบน Apple Silicon (ชิป M1 และ M2) ทำให้สามารถใช้งานบน Mac รุ่นใหม่ได้เสถียรยิ่งขึ้น แม้จะมีข้อจำกัดบางประการในการใช้งานบน Apple Silicon โดยเฉพาะการรองรับเฉพาะ VM บางระบบปฏิบัติการ
- การจำลอง TPM 2.0 สำหรับ Windows 11 – Fusion Pro 13 มีการจำลอง TPM 2.0 ที่ช่วยให้สามารถติดตั้ง Windows 11 ได้ง่ายขึ้น เพิ่มความปลอดภัยและตอบสนองความต้องการของซอฟต์แวร์ที่ต้องการ TPM
- รองรับระบบปฏิบัติการล่าสุด – สามารถรันระบบปฏิบัติการล่าสุดได้ ไม่ว่าจะเป็น Windows, Linux, และ macOS รวมถึงรองรับการรัน VM ของ Linux distributions ที่หลากหลาย
- Unity Mode – ให้ผู้ใช้สามารถรันแอปพลิเคชัน Windows บน macOS ได้เสมือนเป็นแอปพลิเคชัน Mac ทำให้การใช้งานเป็นไปอย่างราบรื่น โดยไม่ต้องสลับหน้าต่างไปมาระหว่างระบบปฏิบัติการ
- การรองรับ DirectX 11 และ OpenGL 4.3 – รองรับกราฟิก DirectX 11 และ OpenGL 4.3 ทำให้สามารถใช้งานแอปพลิเคชันที่ต้องใช้กราฟิกสูงบน Windows และ Linux ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะแอปที่ต้องการภาพ 3D และการแสดงผลที่ซับซ้อน
- โหมด Dark Mode – รองรับ Dark Mode ในการใช้งานบน macOS ทำให้การทำงานดูสบายตาและเหมาะกับการใช้งานในระยะเวลานาน
- การจัดการเครือข่ายและ Virtual Network – สามารถกำหนดค่าเครือข่ายของ VM ได้ เช่น Bridged, NAT, และ Host-only รวมถึงการตั้งค่า IP และ Subnet ที่กำหนดเองได้ตามต้องการ
- การใช้งาน Snapshots และ Linked Clones – ช่วยให้ผู้ใช้สามารถบันทึกสถานะของ VM ได้ตลอดเวลา และสามารถสร้าง Linked Clones เพื่อทำสำเนาของ VM ได้รวดเร็ว ประหยัดพื้นที่ และเหมาะสำหรับการทดสอบหลายสภาพแวดล้อม
- การสนับสนุน REST API สำหรับการจัดการอัตโนมัติ – มี REST API ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุม VM และกระบวนการอัตโนมัติ (Automation) ผ่าน API เหมาะสำหรับการจัดการ VM แบบอัตโนมัติและ DevOps
- การทำงานร่วมกับ VMware vSphere – สามารถเชื่อมต่อกับ VMware vSphere ได้โดยตรง ทำให้สะดวกในการโอนย้าย VM ระหว่าง Fusion และ vSphere เพื่อการทดสอบบนคลาวด์หรือเซิร์ฟเวอร์โปรดักชั่น

